เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 10.45 – 11.15 น. นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) และคณะ ได้เข้าพบและหารือทวิภาคีกับ Mr. Nguyen Quoc Phuong, Director General, Department of Debt Management and Foreign Economic Relations (DDMFER), Ministry of Finance of Vietnam และคณะผู้แทน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยการพบหารือครั้งนี้เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองและประสานแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
การหารือครอบคลุมถึงโครงการความร่วมมือทางวิชาการ (Technical Assistance: TA) ที่ สพพ. ได้สร้างความร่วมมือกับเวียดนามที่ผ่านมาทั้งการจัดเตรียมความพร้อมโครงการ (1) โครงการทบทวนแผนแม่บทการป้องกันน้ำท่วมและทบทวนการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดประตูระบายน้ำ
Tan Thuan ณ นครโฮจิมินห์ และ (2) โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเพื่อการลงทุนด้านอาคารสถานที่และจัดหาอุปกรณ์สำหรับโรงพยาบาลสูตินรีเวช จังหวัด Thanh Hoa และการจัดถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นประจำทุกปี
นอกจากนี้ สพพ. ได้หารือถึงโอกาสในการยกระดับความร่วมมือระหว่าง สพพ. และกระทรวงการคลังเวียดนามสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการแสวงหาโอกาสความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ไม่เพียงแต่ ในเวียดนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่น ๆ ภายใต้ขอบเขตภารกิจของ สพพ. โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) ให้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเวียดนามมีความประสงค์จะสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการ (TA) ในการจัดตั้งหน่วยงานให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการภายใต้กระทรวงการคลังเวียดนามและสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการลงทุนท่าเรือ Tan Thuan โดยควรมีการผลักดันและหารือในรายละเอียดเชิงลึกของความร่วมมือดังกล่าวในโอกาสต่าง ๆ ทั้งในระดับรัฐบาลและหน่วยงานต่อไป